ร้อยไหมอันตรายหรือเปล่า หน้าเรียวได้อย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร??

Last updated: 2020-08-20  |  461 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ร้อยไหมอันตรายหรือเปล่า หน้าเรียวได้อย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร??

ร้อยไหมอันตรายหรือเปล่า หน้าเรียวได้อย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร??


การร้อยไหม คือ การใช้เข็มสเตอไรด์ (ฆ่าเชื้อแล้ว) ทางการแพทย์ เพื่อนำเส้นไหมที่เป็นไหมละลายเข้าไปใต้ผิวหนัง (ไหมที่ใช้ในวงการศัลยแพทย์ผ่าตัดมานานมากกว่า 30 ปี และปลอดภัยเพื่อเย็บผิวหนังเย็บอวัยวะภายในและเส้นเลือดได้)

ซึ่งมีหลายขนาด หลายรูปแบบ และหลายเทคนิค ที่ทำให้เห็นผลได้ทันที บางตำแหน่งก็อาจจะต้องรอเป็นเวลาหลายสัปดาห์จึงเห็นผลชัดเจนต่อเนื่อง

ตัวไหมเองทำจากวัสดุที่จะค่อยๆสลายได้เอง ในเวลาตั้งแต่ 3 เดือน แต่ส่งผลยกกระชับต่อเนื่องเป็นปี ถึง 2 ปี โดยปราศจากแผลเป็นและไม่มีการผ่าตัดค่ะ

ข้อสำคัญ คือ แพทย์ที่ทำการร้อยไหมต้องมีประสบการณ์มีความชำนาญ และสามารถปรับแปลงเทคนิคเพื่อให้ร้อยไหมได้ผลดี เหมาะกับแต่ละบุคคล แต่ละตำแหน่งได้ถูกต้อง

ซึ่งนอกจากช่วยแก้ไขข้อบกพร่อง ช่วยยกกระชับผิวให้ตึงขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เกิดเส้นใย อิลาสติน (Elastin) ช่วยให้ผิวเด้งและเกิดความยืดหยุ่น แถมยังช่วยเร่งสเต็มเซลล์ภายในร่างกาย และการไหลเวียนโลหิต ที่จะเป็นการช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจน (Collagen) เพิ่มความกระชับ และความหนาของผิวหนังชั้นหนังแท้ได้ด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ คือ เราดูอ่อนกว่าวัย ผิวหน้ากระชับ มีความยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอย

การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะส่งผลดีต่อการออกแบบร้อยไหม ชนิดของไหมที่ใช้ และขนาดความยาวของไหม รวมถึงเทคนิคที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้ได้ผลลัพธ์ชัดเจน ดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ และไม่มีผลข้างเคียงตามมาค่ะ

8 ข้อดีของการร้อยไหม
ไหมที่ร้อยเข้าไปจะช่วยให้ผิวกระชับและตึงขึ้นทันที ผลลัพธ์ที่ได้จึงเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก
เทคนิคในการร้อยไหม ที่เหมาะสมถูกตำแหน่งส่งผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผิวจะกระชับและตึงเหมือนผิวเดิมตอนเยาว์ โดยไม่เจ็บไม่เกิดผลข้างเคียงและการบวมหรือช้ำก็จะน้อยมากด้วยค่ะ
เส้นไหมที่นำมาใช้ในปัจจุบัน ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและผลลัพธ์ จากองค์การอาหารและยา ซึ่งคนไข้ก็ควรตรวจสอบกับแพทย์ทุกครั้งก่อนทำการร้อยไหมค่ะ
ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เส้นไหมในปัจจุบันให้ผลลัพธ์ที่ดี ละลายสลายหมดในเวลา 3 เดือน ถึง 1 ปี โดยไม่มีสารตกค้าง จะเหลือก็แต่สารอิลาสตินและคอลลาเจนที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมาเองตามธรรมชาติค่ะ
สามารถเสริมการรักษาด้วยการเติมโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ในบางตำแหน่งขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน
คนไข้ที่มีอายุมากแล้ว ผิวจะขาดความยืดหยุ่น ปริมาณอิลาสตินก็จะน้อยลง การร้อยไหมเพิ่มหลายๆครั้งจะช่วยกระตุ้นการสร้างอิลาสตินและคอลลาเจนได้ทำให้ผิวกลับมาตึงและดูอ่อนกว่าวัย
สามารถร้อยไหมเพื่อปรับโครงใบหน้าให้ดูเรียวงามขึ้น แก้ไขหน้าเหลี่ยมและกลมแป้นให้เป็น V shape หรือรูปไข่ Oval shapeได้ทันทีโดยไม่ต้องไปผ่าตัดเลื่อยกระดูกกรามออก
สามารปรับรูปหน้าที่ไม่เท่ากันให้ดูสมมาตรมากขึ้นได้ด้วยเทคนิคของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
4 ข้อเสียของการร้อยไหมที่เราต้องรู้
การร้อยไหมเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะที่ต้องใช้ความชำนาญ และเทคนิคการร้อยไหม หากทำไม่ถูกต้องหรือเลือกชนิดของเส้นไหมที่ไม่เหมาะสม อาจจะทำให้เกิดรอยบุ๋มหรือเห็นรอยไหมตามแนวที่ร้อยได้
การร้อยไหมก็เป็นการสร้างพังผืด (Fibrosis) ทีนี้ถ้าร้อยไหมตามร่องลึกมันก็จะเข้าไปช่วยเติมเต็มให้ดูเป็นธรรมชาติได้
ในบางกรณี ไหมอาจจะทะลุโผล่ออกมานอกผิวหนังได้ นั่นเป็นเพราะว่าบางทีไหมละลายยังไม่หมด ผิวอาจจะผลักเส้นไหมออกหรือบางทีผิวหนังบริเวณที่ร้อยไหมขาดความยืดหยุ่น จนทำให้ไหมเคลื่อนตัวจนทะลุออกมาตามจุดที่ร้อยไว้ได้ซึ่งสถิติพบน้อยมากประมาณ 1 %
คนไข้ที่มีโหนกแก้ม การร้อยไหมอาจจะยิ่งทำให้โหนกแก้มเด่นขึ้น แต่การปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็ม (Dermal Fillers) หรือ Innojetor จะเป็นอีกทางเลือกเสริมได้คะ
หลังจากร้อยไหมเสร็จจะเกิดการบวมช้ำเล็กน้อยเป็นธรรมดา นั่นเป็นเพราะว่าเราต้องใช้เข็มพร้อมไหมแทงผิวเข้าไป กว่าจะหายจากการบวมก็อาจจะใช้เวลา 1-2 อาทิตย์ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลค่ะ ทุกคนจึงควรงดรับประทานวิตามินอาหรือหารเสริม ที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี น้ำมันปลา โอเมก้า 3 และ 6 ห้ามเลือดจึงช้ำง่าย
ทำไมร้อยไหมแล้วหน้าบวม?
อย่างที่เกริ่นไปค่ะว่า การร้อยไหมเป็นการใช้เข็มพร้อมไหมแทงเข้าไปใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจจะเกิดการบวมได้ อาการบวมอาจจะมีมากขึ้นในคนไข้กลุ่มเหล่านี้ค่ะ

มีไขมันหรือเนื้อที่หน้าเยอะ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการดึงของไหมน้อยลง และพอมีการดึงผิวหนังของไหม ก็อาจจะทำให้เราดูเหมือนหน้าบวมได้
เราอาจจะแก้ด้วยการร้อยไหมแบบพิเศษที่ช่วยลดเนื้อที่แก้มได้ นอกจากนี้หลังทำควรนอนหมอนสูงเพื่อช่วยให้ยุบบวมได้เร็ว
การร้อยไหมจะเน้นการดึงร่องแก้มและบริเวณใกล้ๆมุมปากให้ตึงขึ้นและไม่หย่อนคล้อย ซึ่งจริงๆแล้วต้องใช้เทคนิคและความชำนาญของแพทย์อย่างมากเลยค่ะ เพราะถ้าร้อยผิดรูปก็อาจจะทำให้หน้าเราบวมช้ำและไม่ยกกระชับได้
หน้าอาจจะเกิดการติดเชื้อหรืออักเสบ โดยทั่วไปการบวมช้ำหลังจากการร้อยไหมจะเกิดขึ้นแค่ 3-4 วัน หลังจากร้อยไหมเสร็จแล้ว โดยไม่เจ็บ แต่ถ้าอาการบวมยังไม่ดีขึ้น และมีเจ็บบวมแดง ควรรีบมาพบแพทย์ทันที เพราะเราอาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จากการดูแลความสะอาดไม่เพียงพอ หรือติดเชื้อจากมือที่ไม่สะอาด
อาจจะเกิดอาการบวมเลือดและอาการบวมยาชา ซึ่งทั้ง 2 กรณีจะหายไปเองโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ แต่ถ้ากังวลว่ามันอาจจะเป็นการติดเชื้อหรือเปล่า ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเงค่ะ
เส้นไหมที่นำมาร้อย มีกี่ชนิด?
เส้นไหมที่ใช้ในปัจจุบันที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา มีอยู่ 4 ชนิด นั่นคือ

ไหมชนิด Polycaprolactone จุดเด่นของไหม PCL คือ มีผลลัพธ์ที่นาน เส้นไหมเหนียวแข็งแรงไม่ขาดง่ายและสลายออกจากร่างกายได้หมดภายใน 2 ปี
ไหมชนิด Polylactate ช่วยกระตุ้นการสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนใหม่ๆ ทำให้ผิวเกิดความเด้งยืดหยุ่นและไหมจะสลายหมดภายใน 1 ปี
ไหมชนิด Polydioxanone) หรือ PDO ซึ่งเป็นที่นิยมมากในสมัยแรกๆเพราะมีความยืดหยุ่น และสลายได้เร็วภายใน 4-6 เดือนค่ะ
ปัจจุบันมีไหมชนิดใหม่ ที่ทำจากการรวมสารสองชนิดแรก (Polylactate + Polydioxanone) และมีเงี่ยงเล็กๆทำให้ได้ผลยกกระชับชัดเจนทันที มีผลอยู่ได้นาน และยังเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนังขั้นในได้ด้วย ซึ่งไหมรุ่นใหม่นี้เป็นไหมลิขสิทธิ์ที่ผลิตจากประเทศอิตาลี จะมีราคาสูงที่สุดในปัจจุบัน เพราะให้ผลลัพท์ที่แน่นอนกว่ารุ่นเดิมๆ ยิ่งได้ประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ผู้เขี่ยวชาญ ที่ได้รับการฝึกฝนด้านเทคนิคมาเป็นอย่างดี ผลลัพธ์ยิ่งจะดีขึ้นไปอีกค่ะ
ร้อยไหมแพงไหม แต่ละที่ราคาแตกต่างกันอย่างไร?
การร้อยไหมมีชื่อเรียกเป็นร้อยชื่อ แล้วแต่ว่าคลินิกไหนจะตั้งชื่อคะ และราคาจะต่างกันมากคะ ขึ้นกับแหล่งผลิต ความปลอดภัย ขนาดและความยาวของเส้นไหมรวมถึงฝีมือความชำนาญของแพทย์ ข้อสำคัญไหมต้องได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) และมีงานวิจัยที่เชื่อถือรองรับได้ถึงผลลัพธ์และผลข้างเคียงระยะยาวค่ะ

อีกทั้ง ควรเลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ แพทย์ผิวหนังที่มีประสบการณ์และความชำนาญ ก่อนที่จะร้อยไหมควรพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา และคำอธิบายรวมถึงการหยุดรับประทานยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เข่นแอสไพริน พลาวิช วิตามินเอ วิตามินอี และอาหารเสริม เช่น พวกน้ำมันปลา เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เป็นต้นค่ะ

หลังร้อยไหมแล้วทำเลเซอร์หรือนวดหน้าได้ไหมคะ
หลังร้อยไหมควรพักหน้าสัก 2 สัปดาห์ ไม่ควรไปทำอะไรกับใบหน้า ยกเว้นล้างหน้า เช็ดหน้า ทาหน้า แต่งหน้าแบบบางเบานะค่ะ เพราะไม่อยากให้มีการเลื่อนตำแหน่งของแรงดึงไหมที่ทำไว้ รวมถึงการไม่นอนตะแคงหน้า ควรนอนหมอนสูงค่ะ

ส่วนเรื่องการทำเลเซอร์ ควรทำก่อนร้อยไหมคะ หัตถการร้อนๆต่างๆไม่ควรทำหลังร้อยไหม เพราะอาจทำให้ไหมขาดหรือสลายก่อนเวลาอันควร ควรเว้นระยะทำหัตถการร้อนๆสัก 3 เดือน แต่สามารถเติมส่วนเสริมบนใบหน้าด้วยสารเติมเต็ม (Filler) หรือ Innojetor และ โบท็อกซ์ (Botox) และวิตามินต่างๆได้ค่ะ

การร้อยไหมจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลด่วนชัดเจน และไม่ค่อยมีเวลาทำทรีทเม้นท์ต่างๆ ซึ่งความจริงการได้หมั่นดูแลผิวซ่อมแซมให้อาหารผิว จะทำให้คงความงามได้นาน และเป็นการเสริมสุขภาพจากภายในด้วยคะ

เป็นการดูแลแบบองค์รวมจะได้ผลลัพธ์เป็นความงามที่ยั่งยืนควบคู่กับการคิดบวก มีความสุขกายสบายใจ ก็จะสุดยอดความงามเลยค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com