แต่งตัวให้ลูกช่วงหน้าฝนอย่างไรให้ประหยัดเงินและปลอดภัยจากโรคหวัด

Last updated: 2020-08-19  |  404 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แต่งตัวให้ลูกช่วงหน้าฝนอย่างไรให้ประหยัดเงินและปลอดภัยจากโรคหวัด

สำหรับหน้าฝนที่มาถึงแล้วลูกน้อยของเราควรแต่งตัวอย่างไรเพื่อความปลอดภัย เพราะการที่ป้องกันฝนไม่ให้โดนลูก ลูกของเราก็จะไม่ป่วย ไม่ต้องเสียเงินให้โรงพยาบาลอีกด้วย (เป็นวิธีประหยัดเงินในกระเป๋าอย่างหนึ่ง)

 

หรือการแต่งตัวที่ประหยัดอย่างหนึ่งคือ การซื้อเสื้อผ้าที่ราคาไม่ต้องแพง อาจจะซื้อเสื้อยืด กางเกงขายาวที่ใส่สบาย อาจจะไม่ต้องซื้อ brand name แต่ไปซื้อที่ Tesco Lotus หรือตาม Hyper market อื่น ๆ ได้ นอกจากนี้การซื้อเสื้อในช่วงลดราคาก็เป็นเรื่องที่ดี เช่นรอลดราคา 30 – 50% เสื้อผ้าเด็กเล็กไม่ควรซื้อราคาเต็ม เพราะอีกแป๊บเดียวเด็กน้อยก็โตแล้ว

 



 

เคล็ดลับการดูแลลูกน้อยในฤดูฝน
 

1. สวมหมวกทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน
ใช้ได้ทั้งเด็กทารก เด็กเล็ก และเด็กโต การสวมหมวกเวลาออกจากบ้านนอกจากจะช่วยป้องกันฝนแล้ว ยังให้ความอบอุ่นแก่เด็กด้วย 


2. ให้ลูกพกร่ม และอุปกรณ์กันฝน 
สำหรับเด็กในช่วงเข้าโรงเรียน ควรให้ลูกพกร่ม หรือเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไปโรงเรียนด้วยทุกครั้ง เพราะเราไม่รู้ฝนจะตกในช่วงเวลาไหน ให้ลูกพกติดตัวเอาไว้ดีที่สุด 

3. สวมเสื้อผ้าที่ไม่อับชื้น
เสื้อผ้าอับชื้นเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา อาจทำให้ลูกระคายเคืองที่ผิวหนัง รู้สึกไม่สบายตัว เป็นที่มาของโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ได้ คุณแม่จึงควรดูแลเอาใส่ใจเรื่องกลิ่นเหม็นอับเป็นพิเศษ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ซักทำความสะอาด และตากในช่วงเวลาที่มีแดด หรือตากในที่ที่อากาศระบาย 

4. ให้ความอบอุ่นทั้งร่างกายและจิตใจ
ว่ากันว่ารอยต่อของการเปลี่ยนฤดู มีผลต่อจิตใจของมนุษย์ ซึ่งอาจมาจากความไม่คุ้นเคยของสภาพร่างกายต่อสภาพอากาศ ดังนั้นการที่ครอบครัวใช้เวลาในการพูดคุยกันบ่อยๆ หรือกอดกันมากขึ้น ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจและทางกายให้ดียิ่งขึ้น 

5. ให้ลูกทานนมแม่ 
ในนมแม่ไม่ได้มีเพียงสารอาหารแก่ลูก แต่ยังมีฮอร์โมนจากแม่ที่ส่งมาเป็นภูมิคุ้มกันแก่ลูกน้อย ดังนั้นคุณแม่ควรดูแลสุขภาพให้ดีเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอกับความต้องการ และมีประโยชน์ต่อลูกน้อยอย่างเต็มที่ 
ออกกำลังกาย

6. ให้ลูกน้อยได้ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับระบบกล้ามเนื้อ ทำให้ลูกพร้อมที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคในหน้าฝน 

7. ทานผลไม้ที่มีวิตามินซี
วิตามินซีเรียกได้ว่าเป็นวิตามินครอบจักรวาลป้องกันได้สารพัดโรค เสริมสร้างภูมิต้านทาน ที่สำคัญวิตามินซีมีคุณสมบัติโดดเด่นในการป้องกันสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละออง อีกด้วย การได้รับวิตามินซีจากธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ลูกแข็งแรงสุขภาพดี แต่การได้รับวิตามินซีมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ ดังนั้นแค่ให้ลูกทานผัก ผลไม้ ก็เพียงพอแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องทานยา หรือวิตามินเสริม 

8. ห่มผ้าหนาๆ ใส่ถุงเท้าก่อนนอน 
เพื่อให้ร่างกายลูกได้รับความอบอุ่นในช่วงเวลาพักผ่อนนอนหลับ ป้องกันการป่วยไข้ 

9. เช็ดตัวให้ลูกแทนการอาบน้ำ 
ในวันที่ฝนตก ลูกเล็กอาจจะดื้อไม่ยอมอาบน้ำ การเช็ดตัวถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับวันที่อากาศชื้นๆ ค่ะ 

10. หาน้ำมันยูคาลิปตัส หรือ หั่นหอมหัวแดงไว้ที่หัวนอน 
น้ำมันหอมระเหย ช่วยให้หายใจสะดวก และช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับการนอนหลับได้เป็นอย่างดี 

11. ดูแลอย่างใกล้ชิด ป้องกันไข้เลือดออก 
โรคที่พบบ่อยในฤดูฝนคือไข้เลือดออก และมีข้อห้ามสำคัญคือไม่ควรทานยาแอสไพริน ซึ่งหากมีอาการเป็นไข้ที่เข้าข่ายว่าไม่น่าจะใช้ไข้หวัดธรรมดา ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีค่ะ 

12. ฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ของลูก
เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากลูกน้อยได้วัคซีนไม่ครบร่างกายอาจขาดภูมิคุ้มกัน และเจ็บป่วยได้ง่าย ยิ่งช่วงหน้าฝนแบบนี้ พวกโรคต่างๆ ก็อาจจะมาแทรกซ้อนได้ 

13. ดูแลเรื่องอาหาร และยา 
เมื่อลูกเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งด้านอาหาร ยา และต้องหาสาเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยอีก 
พ่อแม่ต้องดูแลสุขภาพ 

สิ่งสำคัญที่สุด คือคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลตัวเอง และยิ่งหากคุณเป็นหวัด หรือเป็นโรคติดเชื้ออื่นๆ ก็มีโอกาสที่จะติดสู่ลูกได้สูง เพราะคุณคือคนที่ใกล้ชิดลูกน้อยอยู่ทุกช่วงเวลา ดังนั้น ต้องดูแลตัวเองให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ จะได้มีพลังใจพลังกายมาดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่

Powered by MakeWebEasy.com