9 เรื่องต้องรู้ก่อนการฉีดโบท็อกซ์

Last updated: 2016-09-05  |  4138 จำนวนผู้เข้าชม  | 

9 เรื่องต้องรู้ก่อนการฉีดโบท็อกซ์

1. ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดทำไม?

การฉีดโบท๊อกซ์นั้น ช่วยให้กล้ามเนื้อของส่วนที่ฉีดมีขนาดที่เล็กลง หากฉีดหน้าก็ทำให้หน้าเรียว ลดขนาดของกรามได้ ลดริ้วรอย ลดรอยตีนกา ทำให้ร่องลึกต่าง ๆ ดูตื้นขึ้น  หากน่องใหญ่ก็ช่วยลดขนาดของน่องทำให้ท่อนขาดูเรียวลงได้  อีกทั้งยังฉีดเพื่อลดไมเกรน ลดอาการปวดหลัง  แล้วยังสามารถฉีดลดเหงื่อที่ผิวหนังได้อีกด้วยค่ะ


2. แล้วฉีดโบท็อกซ์ชนิดใดจึงจะปลอดภัย

ในปัจจุบันนี้มีโบท็อกซ์ที่ใช้กันอยู่หลายชนิด แต่ในประเทศไทย ชนิดที่ผ่านการรับรองจาก อย.แล้วคือ Botulimun Toxin Type A เท่านั้น  โดยจะนำเข้ามาจากทั้งประเทศเกาหลีและประเทศสหรัฐอเมริกา  ทั้งนี้โบท็อกซ์ที่นำเข้าจากเกาหลีจะได้รับความนิยมมากกว่าเพราะมีราคาที่ถูกกว่านั้นเอง  ในขณะที่ของทางสหรัฐอเมริกาจะอยู่ได้นานกว่า  ก็เป็นตัวเลือกให้ตัดสินใจกันได้ค่ะ

 

3. ทุกคนสามารถฉีดโบท็อกซ์ได้หรือไม่?

ผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์ได้ควรมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่ได้ทานยาประจำ และไม่ได้ตั้งครรภ์ หากใครที่มีปัญหาเหล่านี้อยู่ อย่าเสี่ยงฉีดโบท็อกซ์เลยค่ะ  เพราะอาจส่งผลเสียกับตัวคุณมากกว่าได้ อีกทั้งควรฉีดโบท็อกกับแพทย์และขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง  โดยดูจากใบประกอบโรคศิลป์และผลงานที่ผ่านมาเป็นตัวช่วยตัดสินใจ  อย่าเสี่ยงฉีดกับหมอกระเป๋าหรือหมอเถื่อนเด็ดขาด เพราะอันตรายมากค่ะ

 
4. ต้องเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์

สำหรับสาวๆ ที่กำลังเตรียมตัวไปรับการฉีดโบท็อกซ์ควรหยุดยากลุ่มดังนี้  ยากลุ่มกรดวิตามินเอ, AHA รวมไปถึงยาแก้ปวดกลุ่ม NSaids เช่น Motrin, Naproxen, Brufen  อย่างน้อย 1 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์ รวมทั้งงดการนวด, สครับ, ขัดหน้า อย่างน้อย 2-3 วันก่อนฉีด  ทั้งนี้เพื่อลดรอยช้ำรวมทั้งผลข้างเคียงอื่น ๆ ด้วยค่ะ


5.ห้ามฉีดโบท็อกซ์ช่วงหัวค่ำ

ทำไมต้องห้ามฉีดโบท็อกซ์ในช่วงนี้ นั่นเป็นเพราะว่าหลังจากฉีด 4-5 ชั่วโมงแรกนั้น  ต้องรักษาใบหน้าของคุณ ห้ามมิให้มีแรงกดทับใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ  มิเช่นนั้นอาจทำให้ตัวยากระจายไปยังจุดอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์ได้  อีกทั้งเวลานี้เป็นเวลาใกล้จะเข้านอนแล้ว หากคุณเผลอหลับไปแล้วพลิกตัวคว่ำหน้า จนตัวยาไหลไปกองที่อื่น  ตื่นมาคุณอาจไม่อยากมองหน้าตัวเองในกระจกอีกเลยก็เป็นได้

 
6. หลังฉีดโบท็อกซ์เสร็จต้องเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง

เพราะกล้ามเนื้อจำเป็นต้องอาศัยการขยับตัวเพื่อให้ตัวยาโบท็อกซ์กระจายได้เต็มที่ในบริเวณนั้น ๆ  ดังนั้นจึงควรเตรียมหมากฝรั่งใส่กระเป๋าไว้สำหรับเคี้ยวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงค่ะ

 
7.ข้อสำคัญคือหลังฉีดโบท็อกซ์มาห้ามทำเลเซอร์อย่างเด็ดขาด

นี่เป็นคำเตือนที่สำคัญมาก  หลังฉีดโบท็อกซ์มาในระยะ 2-3 อาทิตย์แรก ห้ามไปทำเลเซอร์อย่างเด็ดขาด เพราะแสงเลเซอร์จะทำให้โบท็อกซ์เสื่อมตัวเร็วขึ้น  ใบหน้าคุณก็จะกลับสู่สภาพเดิมเร็วขึ้นนั่นเอง

 
8.โบท็อกซ์ไม่ใช่ของถาวร ต้องฉีดซ้ำสม่ำเสมอ

ตัวยาโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์เต็มที่ในระยะ 2-3 อาทิตย์แรก และจะคงสภาพอยู่ได้ราว 4-5 เดือน  เมื่อเวลาผ่านไปใบหน้าคุณหรือส่วนที่ไปฉีดมาก็จะกลับมาอยู่ในสภาพเดิมอีก  หากอยากให้กล้ามเนื้อเรียวเล็กเหมือนเดิมก็ต้องไปฉีดซ้ำอีกนะ


9. การฉีดโบท็อกซ์มีความเสี่ยงได้เช่นกัน

ความเสี่ยงจากการฉีดโบท็อกซ์นั้น อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงต่าง ๆ ได้เช่น หนังตาตก มีอาการบวมแดง หางคิ้วตก ปากเบี้ยว ตาผิดรูป  ฯลฯ เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ก็จะหายไปเองเมื่อยาหมดฤทธิ์  แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ควรเตรียมใจรับความเสี่ยงไว้ด้วยว่าอาจเกิดขึ้นได้ค่ะ


         ได้ความรู้เกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ไปแล้วก็จริง แต่ก่อนฉีดทุกครั้งก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคุณเป็นกรณี ๆ ไปนะคะ  เพื่อความปลอดภัยและได้รับผลดีเต็มประสิทธิภาพ  รวมทั้งความสวยเต็มพิกัดมาโดยมีความเสี่ยงน้อยที่สุดนั่นเองค่ะ



เรียบเรียงข้อมูลและภาพประกอบโดย wonderful.in.th

Powered by MakeWebEasy.com