ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ? ช่วยทำให้หน้ากระชับ-เรียวขึ้นจริงหรือ ?

Last updated: 2016-08-26  |  1064 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ? ช่วยทำให้หน้ากระชับ-เรียวขึ้นจริงหรือ ?

          ปัจจุบัน "การร้อยไหม" ถือเป็นการทำศัลยกรรมความงามอย่างหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมาก ๆ ในแวดวงความงาม เพราะการร้อยไหมจะช่วยยกกระชับ ทำให้หน้าเรียว และใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงได้ ซึ่งการร้อยไหมนั้นคือการนำเส้นไหมชนิดพิเศษมาร้อยเข้าไปบริเวณใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบ ๆ เส้นไหม ทำให้ใบหน้าเกิดแรงตึงและยกกระชับ ซึ่งการร้อยไหมถือเป็นการทำศัลยกรรมอย่างหนึ่ง แต่เป็นการปรับรูปหน้าให้กระชับและเรียวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงน้อยอีกด้วย


          การร้อยไหมนั้นมีอยู่หลายชนิด แต่ในยุคแรก ๆ ที่ได้รับความนิยมก็คือ "การร้อยไหมก้างปลา" (Aptos Threads) ซึ่งลักษณะของไหมก้างปลาก็จะคล้าย ๆ กับชื่อ มีเงี่ยงโผล่ออกมาเหมือนก้างปลาทั้งสองข้าง เป็นไหมชนิดที่ไม่ละลาย เวลาร้อยเข้าไปบริเวณใต้ผิวหนัง เงี่ยงของไหมก้างปลาก็จะเกี่ยวพยุงเนื้อเยื่อของใบหน้าเอาไว้เพื่อยกกระชับผิวหน้าไม่ให้ย้อยตกลงมา ซึ่งการร้อยไหมก้างปลานั้นสามารถทำได้ทั้งหญิงและชาย และไม่จำกัดช่วงอายุ โดยจะเหมาะอย่างยิ่งกับคนที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึง หรือต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับได้รูป

          ทั้งนี้สำหรับคุณสาว ๆ ที่อยากจะยกกระชับให้หน้าเรียวเต่งตึงด้วยการร้อยไหมก้างปลา อันดับแรกควรจะไปปรึกษากับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้ทราบถึงรายละเอียด ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และการเตรียมตัวก่อนการร้อยไหมว่าควรจะต้องทำอย่างไรบ้างนั่นเอง

 

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหม

- ควรงดยา อาหารเสริม และวิตามินที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือด อย่างเช่น ยาแอสไพริน ยาพาวิก อาหารเสริมจำพวกวิตามินอี ฯลฯ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนร้อยไหม
- คนที่ร้อยไหมจะต้องไม่เป็นแผลคีลอยด์ ไม่แพ้ยาชา และไม่เป็นโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดรุนแรง
- ควรหลีกเลี่ยงการร้อยไหมในระหว่างที่มีประจำเดือน

 

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

           ในช่วง 1-2 วันแรกหลังการร้อยไหม ให้ประคบเย็นบ่อย ๆ เพื่อลดอาการบวม รวมถึงรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หน้า การนวดหน้า หรือการโดนความร้อน ประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้สำหรับใครที่มีอาการบวม ฟกช้ำ ก็ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะอาการเหล่านี้จะหายไปเองประมาณ 1 สัปดาห์ และใบหน้าจะเริ่มเข้าที่ภายใน 1 เดือนค่ะ

           แต่ทั้งนี้ถึงแม้การร้อยไหมแบบก้างปลาจะได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยแรก ๆ แต่ปัจจุบันวิธีนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรแล้ว เนื่องจากการร้อยไหมก้างปลาจะมีข้อเสีย นั่นก็คือเมื่อระยะเวลานานไป ในส่วนของเงี่ยงก้างปลาที่ยึดเนื้อเยื่อไว้อาจหักได้ ส่งผลให้ผิวหน้ากลับมาหย่อนคล้อยตามเดิม ซึ่งในบางกรณีอาจมีเส้นไหมโผล่ออกมาจากผิว โดยการเอาออกจะต้องทำการผ่าตัด ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากตามมา อีกทั้งสมัยนี้ยังมีการร้อยไหมแบบไหมละลายเข้ามา จึงทำให้การร้อยไหมแบบใช้ไหมละลายได้รับความนิยมมากกว่าในปัจจุบัน

          คราวนี้คุณสาว ๆ ก็คงจะได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหมแบบไหมก้างปลากันไปแล้ว สำหรับใครที่กำลังคิดที่จะกระชับใบหน้าให้เต่งตึงด้วยการร้อยไหมก้างปลาก็คงจะเข้าใจและตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้นแล้วนะคะ รับรองเตรียมตัวมาดีแบบนี้ ไม่มีพลาดแน่นอนค่ะ ^^


เรียบเรียงข้อมูลและภาพประกอบโดย Sanook.com

Powered by MakeWebEasy.com